ไก่ชนเหลืองหางขาว

เหลืองหางขาว สายพันธุ์แกร่ง ความสามารถเด่น ตั้งแต่ยุคสมเด็จพระนเรศวรฯ

หนึ่งในสายพันธุ์เก่าแก่ของไก่ชนประเทศไทยที่มีชื่อเสียงมายาวนาน คือ สายพันธุ์ เหลืองหางขาว ที่ถือว่ามีชื่อเสียงที่สุด เพราะเป็นไก่ชนสายพันธุ์แกร่งที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชนำไปชนชนะพระมหาอุปราชในวัยเด็ก โดยถูกบันทึกไว้ตามประวัติศาสตร์ จึงทำให้สายพันธุ์ไก่เหลืองหางขาวกลายมาเป็นที่จับตามองของบรรดาซุ้มไก่ชนต่าง ๆ จนถึงทุกวันนี้

รู้จักประวัติของไก่ เหลืองหางขาว

ไก่เหลืองหางขาวเกิดขึ้นจากลักษณะของสีขน ที่ช่วงแผงคอไปจนถึงช่วงหลังจะมีขนออกสีเหลืองส้มและมีเอกลักษณ์สำคัญ คือ หางที่เป็นพุ่มพัดสง่าสีขาว จึงถูกเรียกว่าสายพันธุ์ “เหลืองหางขาว” ที่มีถิ่นกำเนิดทางภาคเหนือของประเทศไทย มีชื่อเสียงโด่งดังจากประวัติศาสตร์ที่เคยถูกบันทึกไว้ในตอนหนึ่ง ช่วงสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราชยังทรงพำนักที่กรุงหงสาวดีของประเทศพม่าในฐานะองค์ประกัน ได้ทรงสนใจการตีไก่ชน จึงได้นำไก่สายพันธุ์นี้จากเมืองพิษณุโลกมาฝึกฝนและสามารถชนกับไก่ของพระมหาอุปราชาแล้วคว้าชัยชนะมาครองซึ่งไก่เหลืองหางขาวนั้น มีถิ่นกำเนิดสำคัญคือจังหวัดพิษณุโลกที่ถือเป็นเมืองเกิดของพระราชบิดาสมเด็จพระนเรศวรฯ  ลักษณะโดยทั่วไปที่ถือเป็นเอกลักษณ์ประจำสายพันธุ์ของไก่เหลืองหางขาว คือ น้ำหนักของเพศผู้จะมีสูงถึง 3 กิโลกรัมขึ้นไป ลักษณะของความสูงจะสูงสุดได้ถึง 60 เซนติเมตร ส่วนเพศเมียจะมีน้ำหนัก 2 กิโลกรัมเป็นต้นไป และจะสูงได้ที่ 45 เซนติเมตรขึ้นไป การมีชื่อเสียงของไก่เหลืองหางขาวหรือไก่ชนนเรศวร ไม่ใช่แค่เพียงการเป็นไก่ของพระมหากษัตริย์เท่านั้น  แต่ยังถูกยอมรับด้วยอัตลักษณ์สำคัญที่ถือว่าเป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่น และถูกระบุให้เป็นสัตว์ประจำจังหวัดพิษณุโลก เพราะมีถิ่นกำเนิดจากที่นี่อย่างชัดเจนพร้อมการถูกยกย่องให้เป็นสมบัติของชาติ และกลายมาเป็นไก่สายพันธุ์เด่นที่ได้รับความสนใจจากชาวต่างประเทศเป็นอย่างมาก ซึ่งในปัจจุบันมีทั้งการอนุรักษ์สายพันธุ์ดั้งเดิมและการพัฒนาสายพันธุ์ เพื่อให้มีความเก่งกาจมากขึ้น โดยมีการตั้งคณะกรรมการเพื่อกำหนดด้านมาตรฐานสายพันธุ์ไก่ชนนเรศวรมาตั้งแต่ปี 2542 โดยสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดพิษณุโลก เพื่อเป็นการดูแลไก่เหลืองหางขาวโดยเฉพาะ

จุดเด่นของสายพันธุ์ไก่เหลืองหางขาวสำหรับจุดเด่นของสายพันธุ์ไก่เหลืองหางขาว ที่มากกว่าสีช่วงแผงคอมาถึงหลังและสีของหาง จะมีอยู่ด้วยกันหลายจุดดังนี้

-สำหรับเพศผู้จะมีขนพื้นบริเวณคอ, ช่วงหน้าอก, ใต้ท้อง, ใต้ปีก, ขนช่วงบริเวณน่อง และขนใต้ก้น ที่จะเป็นสีดำทั้งหมด

-มีสร้อยคอ สร้อยปีก สร้อยหลัง ที่จะออกเป็นสีเหลืองทองรับกันอย่างสม่ำเสมอทุกจุด หรืออาจจะมีสีที่ต่างกันเล็กน้อยเท่านั้น

-ช่วงบริเวณปีกจะมีหลายสีสัน โดยส่วนด้านในของปีกจะเป็นขนสีดำ ด้านนอกปีกจะเป็นสีขาว และจะมีขนแซมขาวอีกเล็กน้อย

-หางจะมีลักษณะเป็นหางพุ่มพัดสีดำและจะมีแซมสีขาว โดยจะออกเป็นสีขาวปลอดที่โดดเด่นเป็นอย่างมาก

-ช่วงบริเวณหูจะมีขนปิดและจะเป็นสีเดียวกับสร้อย คือ สีเหลืองออกทองและจะมีแซมดำหรือขาวเล็กน้อย

-บริเวณปาก ทั้งปากด้านบนและด้านล่างจะออกเป็นสีขาวอมเหลืองหรือสีทอง

-นัยน์ตาจะเป็นสีดำและรอบตาจะออกเป็นสีขาว-เหลือง ลักษณะตาจะคล้ายกับตาปลาหมอตาย

-ส่วนของแข้งจะออกสีขาวอมเหลืองหรือออกเป็นสีทอง โดยจะเป็นสีเดียวกันกับทั้งปากและตา

-บริเวณเดือยจะออกเป็นสีคล้ายงาช้าง ให้ความเงางาม หรือออกเป็นสีอมเหลือง

-บริเวณเล็บจะเป็นสีเดียวกับทั้งปาก ตา และเดือย

-สำหรับเพศเมียจะมีขนพื้นบริเวณอก, ท้อง, ปีก, คอ และช่วงก้น ที่จะเป็นสีดำทั้งตัว

-บริเวณปีกด้านในจะเป็นสีดำ ปีกด้านนอกจะออกสีขาว และจะมีขนสร้อยคอแบบขลิปเหลืองที่จะไม่เหลืองไปทั้งหมดเหมือนกับตัวผู้

-สร้อยคอของเพศเมียจะเป็นแค่ขนขลิปเท่านั้น จะไม่เป็นแผงแบบเดียวกับเพศผู้

-ขนหางจะเป็นสีดำทั้งหมดและจะมีเพียงแค่ช่วงปลายเท่านั้นที่เป็นสีขาว บริเวณตา ปาก และแข้งจะออกสีเหลืองอมทองแบบเดียวกับเพศผู้

ความสำคัญของการตีไก่ในอดีต

ถ้าพูดถึงกีฬาไก่ชนแล้ว ในอดีตการตีไก่ถือเป็นหนึ่งในกีฬาของผู้ที่มีเชื้อสายราชวงศ์ภายในที่ราชสำนักโดยเฉพาะ จะมีการจัดตีไก่ขึ้นมาเพื่อความบันเทิงและเป็นการวัดฝีมือผู้เลี้ยง จึงทำให้ทั้งกษัตริย์และเชื้อพระวงศ์ที่เป็นญาติใกล้เคียงต่างพากันเลี้ยงไก่ชน เพื่อนำมาชิงชัยกันอยู่เสมอ ซึ่งในช่วงเวลาของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ราชวงศ์ของพม่านิยมการตีไก่เป็นอย่างมาก ประกอบกับราชวงศ์ไทยเองก็มีการตีไก่ที่ถือเป็นกีฬาประเภทหนึ่งด้วยเช่นกัน จึงทำให้ได้รับความนิยมกันอย่างแพร่หลาย องค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชจึงโปรดปรานเรื่องการตีไก่มาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ พร้อมการเรียนรู้ ศึกษา และเสาะหาเฉพาะไก่เก่งมาเลี้ยง เพื่อการนำมาชนและพัฒนาทั้งตนเองกับไก่ไปพร้อมกัน

 

โดยมีบันทึกในช่วงปี 2500 ว่าสมเด็จพระนเรศวรได้ใช้ตำราไก่ชนจากสมุดข่อยมาก่อน หนึ่งในบันทึกที่ถูกเขียนไว้เมื่อประมาณ 200 ปีที่ผ่านมา คือ การกำเนิดไก่เก่งที่สามารถชนชนะ สร้างชื่อเสียงโด่งดังที่สุดในบ้านกร่าง และถูกอธิบายไว้เป็นลักษณะสำคัญ คือ ไก่อูที่มีรูปทรงตัวขนาดใหญ่ มีหางสีขาวและออกสีเหลือง หรือมีการพูดถึงไก่เหลืองหางขาว ไก่เจ้าเลี้ยง ที่ถือว่าเป็นประโยคติดปากของชาวบ้านกร่างมาจนถึงปัจจุบัน