เคล็ดลับน่ารู้ของการเลี้ยงไก่พม่า ที่คนเลี้ยงไก่ชนควรรู้

เคล็ดลับน่ารู้ของการเลี้ยงไก่พม่า ที่คนเลี้ยงไก่ชนควรรู้

ไก่พม่าสายพันธุ์แท้และสายพันธุ์ผสม มันจะมีปัญหาเรื่องการยืนดินไม่แน่นและโครงสร้างที่ไม่ใหญ่ จึงทำให้สู้ไก่ไทยและไก่ไซ่ง่อนได้ค่อนข้างยาก ที่สำคัญคือไก่ไทยมักจะมีความแข็งแกร่งและอึดทนมากพอสมควร ซึ่งถ้าเป็นการปล้ำกันตรง ๆ ไก่พม่าอาจเสียเปรียบได้ง่าย ส่วนของผิวหนังไก่ไทยจะมีความหนาและแข็งแรงกว่า ส่วนไก่พม่าจะมีผิวที่บอบบางกว่ามาก  จึงถือว่าเป็นเรื่องที่ควรต้องระมัดระวัง เพื่อทำให้ไก่พม่าไม่เสียเปรียบมากเกินไป ดังนั้นถ้าคุณต้องการเทคนิค การเลี้ยงไก่พม่า เพื่อให้ชนะบนสังเวียนและเป็นไก่เก่งที่มีชื่อเสียง ควรใช้เคล็ดลับต่อไปนี้

1.เสริมโปรตีนด้วยเนื้อสัตว์

สำหรับผู้ที่เลี้ยงไก่พม่าแล้ว ควรให้ไก่ได้กินเนื้อสัตว์ด้วยการนำไปย่างหรือปิ้งจนสุกพอสมควรแล้ว นำมาบดหรือตำให้ละเอียดพร้อมผสมกับอาหารไก่ที่จะช่วยทำให้เกิดการบำรุง ซึ่งโปรตีนนี้จะช่วยสร้างกล้ามเนื้อ ทำให้ทุกส่วนที่เป็นกล้ามเนื้อเกิดความแข็งแกร่งและมีความหนักแน่นมากขึ้น เมื่อออกชนแล้วจะยิ่งช่วยทำให้จุดที่จะโดนตีได้ง่ายมีความแข็งแรงมากกว่าเดิม โดยสามารถใช้ได้ทั้งเนื้อหมู, เนื้อวัว, เนื้อควาย, เนื้อปลาช่อน นอกจากนี้โปรตีนจากไข่ก็สามารถให้ได้ด้วยเช่นกัน นำไปทำได้ทั้งการปิ้ง, ย่าง และต้ม หลีกเลี่ยงการใช้เนื้อที่มีไขมันติด ควรเป็นเนื้อล้วนเท่านั้น เพื่อไม่ก่อให้เกิดปัญหาการสะสมของไขมันที่อาจพาให้ไก่มีรูปร่างอวบอ้วนได้ง่าย

2.ตัดส่วนเกินออก

ถ้ามีส่วนใดที่เกินพอดีออกมาอย่างเช่นหงอนหรือเหนียงของไก่ ควรมีการจัดและตกแต่งใหม่ เพื่อไม่ให้ใหญ่มากเกินไป  เนื่องมาจากการเข้ามุด มัด และการล็อคตีคอ อาจพาให้ไก่ถอดหัวไม่ได้ เมื่อต้องเข้าต่อสู้กันแบบปล้ำโดยตรงก็อาจจะทำให้เกิดความไม่คล่องตัวเพราะจะไปติดตรงช่วงหงอน ซึ่งไก่ชนพม่ามักจะมีอุปสรรคเรื่องนี้พอสมควร เพราะหงอนและเหนียงจะค่อนข้างใหญ่ นอกจากนี้หงอนที่มีขนาดใหญ่อาจจะโดนเบียดจนทำให้พับลงมาปิดตา แล้วกลายเป็นการสร้างอุปสรรคในการต่อสู้ได้มากขึ้น ผู้เลี้ยงจึงควรศึกษาเรื่องนี้แล้วตัดตกแต่งหงอนกับเหนียงใหม่ แต่ทั้งนี้ควรใช้อุปกรณ์ในการตัดและตกแต่งที่มีความสะอาดสูง พร้อมใช้วิธีการค่อย ๆ เฉือนเนื้อออกหรือใช้กรรไกรขลิบไปเรื่อย ๆ ไม่ควรตัดเป็นชิ้นใหญ่ทีเดียว เพราะอาจก่อให้เกิดแผลอักเสบขนาดใหญ่ที่รักษาหายยาก แต่ถ้าเป็นการตกแต่งแบบค่อย ๆ เฉือนทีละนิดจะลดความเจ็บได้ และสามารถใส่ยาแดงเพื่อลดอาการอักเสบได้โดยแผลจะหายภายในระยะเวลา 3 สัปดาห์ และจะต้องระมัดระวังไม่ให้ติดเชื้ออย่างเด็ดขาด พร้อมการทายาทุกวันอย่างสม่ำเสมอ

3.ช่วงแข่งอย่าลงขมิ้น

เมื่อใดที่รู้ว่าจะเริ่มมีการชน สิ่งที่คุณไม่ควรทำคือการลงขมิ้น เพราะแม้ว่าขมิ้นนั้นจะเป็นส่วนสำคัญของการดูแลผิวพรรณไก่ชน แต่จะไม่เหมาะกับไก่พม่ามากนัก โดยขมิ้นเป็นสมุนไพรที่ออกฤทธิ์ในการบีบรัดกล้ามเนื้อ เพื่อให้เกิดความกระชับ  ซึ่งอาจจะพาให้ไก่พม่าเกิดความรู้สึกไม่สบายตัวและไปลดความคล่องแคล่วของไก่ลงได้ ถ้าไก่พม่าไม่มีความปราดเปรียวแล้วย่อมถือว่าเสียคุณสมบัติที่ยอดเยี่ยมไปโดยใช่เหตุ แต่ถ้าคุณลืมแล้วลงขมิ้นให้รีบอาบน้ำใหม่อีกครั้ง พร้อมการใช้แชมพูสระที่บริเวณขนออกให้เร็วที่สุดและทำการล้างคราบของขมิ้นออกอย่างหมดจด

4.หลักเลี่ยงประคบร้อน

ไก่พม่าจะมีลักษณะของผิวหนังที่ค่อนข้างบอบบางและมีความเรียบเนียน ดังนั้นจึงไม่จำเป็นที่จะต้องประคบร้อนแต่อย่างใด เพราะการประคบร้อนนั้นจะเน้นการเพิ่มความหนาและความแข็งแกร่งให้กับผิวหนัง แต่ถ้าไปทำกับไก่พม่าแล้วอาจเกิดปัญหาได้ เพราะไก่พม่าจะมีขนที่ปกคลุมผิวหนังของตัวเองมากพอสมควร จึงต้องการในเรื่องของระบายความร้อนผ่านขนมากกว่า ให้เน้นไปเรื่องของการช่วยระบายความร้อนออกจากขนของไก่จะดีที่สุด ซึ่งถ้าไปประคบร้อนให้กับไก่พม่าจนผิวหนังเกิดความหนาแล้ว จะทำให้การระบายความร้อนแย่ลง ไก่จะหอบเหนื่อยได้เร็วขึ้น ผิวหนังไม่มีความยืดหยุ่น จึงทำให้การบิน, การเดิน และการทำทุกกิจกรรมยากมากขึ้น ไม่มีความคล่องตัว แต่จะยกเว้นไว้ที่บริเวณใบหน้า สามารถประคบร้อนได้

5.เน้นเลี้ยงกับทราย

สำหรับผู้ที่เลี้ยงไก่พม่าน่าจะรู้ดีว่าตามสายพันธุ์ดั้งเดิมของไก่พม่า จะชอบการอยู่กับดินทรายมากที่สุด ดังนั้นการเลี้ยงจึงควรปล่อยให้ภายในโรงเรือนมีทราย และแม้แต่การฝึกล่อควรฝึกบนพื้นทรายด้วยเช่นกัน เพราะจะให้ผลดีในเรื่องของการทรงตัว ความแข็งแกร่งของแข้งและทำให้ไก่รู้สึกมั่นใจต่อการเข้าชนมากขึ้น ซึ่งตามธรรมชาติแล้วไก่พม่ามักจะอยู่กับดินทราย เพราะจุดที่กำเนิดไก่ชนสายพันธุ์นี้จะเป็นพื้นที่ดินร่วนซุยคล้ายทราย ดังนั้นถ้าไก่ที่อยู่ในสภาพภูมิศาสตร์ที่เหมาะสมกับตัวเอง จะยิ่งผ่อนคลายความตึงเครียดและเสริมประสิทธิภาพให้เก่งมากขึ้น สำหรับผู้ที่สนใจจะเลี้ยงไก่พม่า เพื่อนำไปแข่งขันและสร้างชื่อเสียงหรือรายได้เสริมให้กับตัวเอง ขอแนะนำทั้ง 5 เคล็ดลับที่คุณควรรู้นี้ โดยคุณนำไปประยุกต์ใช้กับ การเลี้ยงไก่พม่า ของตนเองได้เลย เชื่อว่าคุณจะได้ไก่ที่พร้อมสู้อย่างเต็มที่และทำให้คุณได้พัฒนาการเลี้ยงดูไก่อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นเรื่อย ๆ อีกด้วย